สรุปเหตุการณ์ชีวิตปี 2009
หลังจากเปลี่ยนงานมาได้ปีหนึ่งแล้วหลังจากได้แยกทางกับเพื่อน ๆ ร่วมงานอันเป็นที่รัก ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกันและได้มาผจญภัยในโลกแห่งความเป็นจริงคนเดียว ผ่านเหตุการณ์มามากมายอยากจะสรุปคร่าว ๆ เพื่อเตือนความจำและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในปี 2010 นี้
มกราคม
ทำเรื่องยื่นลาออกจากบริษัทเดิมเพื่อไปทำงานบริษัทใหม่ตามที่ตัวเองตั้งใจไว้ เหตุก็เพราะว่าบริษัทเดิมมีปัญหาด้านการเงินและได้ปิดตัวลงน่าจะเดือนมีนาคม จริง ๆ ยื่นใบลาออกตอนเดือนธันวาแล้วล่ะแต่ต้องอยู่ช่วยการจัดการแข่งขัน PHP competition ในฐานะแช้มเก่า และการจากลาครั้งนี้เป็นการจากลาด้วยดีกับบริษัทโดยไม่มีใครมองว่าเอาตัวรอด
กุมภาพันธ์
เริ่มทำงานใหม่อย่างเต็มตัวเพราะว่ามกราคมก็ไปช่วยงานบ้างนิดหน่อย และก็เกิดความรู้สึกเหงามากทำงานคนเดียว กินข้าวคนเดียว ทรมานสุด ๆ อยากกลับไปทำงานที่เดิมมีทั้งการพูดคุยทำกิจกรรมร่วมกันตลอด ตอนกลางวันเลยต้องไปกินข้าวด้วยกับเพื่อน ๆ ที่ออฟฟิตเก่าก็พอบรรเทาได้ แต่ทำไงได้เลือกมาแล้วก็ต้องทนทำต่อไป เดือนนี้ก็ได้แก้งานเก่า ๆ ที่เป็นบั๊กของบริษัทช่วยโปรแกรมเมอร์คนเดิม
มีนาคม
ได้ทำโปรเจ็คใหม่ต่อจากโปรแกรมเมอร์ฟรีแล้นซ์ ต้องอดหลับอดนอนเพื่อนศึกษาโปรแกรมจากเขาเพราะเขาใช้สมาร์ทตี้ทำไม่เป็นเลยไม่มีคนสอนอีกต้องนั่งศึกษาคนเดียว ความโดดเดี่ยวเริ่มเพิ่มไปอีกทำไมไม่สบายเหมือนบริษัทเก่าที่มีพี่คนอื่นคอยชี้แนะ เดือนนี้มีการรับปริญญาต้องลาห้าวันทั้งที่เพิ่งทำงาน เลยต้องทำงานหนักมากเดือนนี้เพื่อที่จะไม่โดนหักเงินตอนรับปริญญา และต้องเลิกลากับแฟนในเดือนนี้ มีอะไรจะเหงามากกว่านี้ไหม แต่เราก็ต้องต้องทนเพื่อให้งานเราดำเนินต่อไปและเราต้องเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้
เมษายน
เดือนนี้สบายหน่อยวันหยุดเยอะแต่งานก็ต้องดำเนินต่อไปแทบไม่มีเวลาว่างเลย เพราะต้องศึกษาสมาร์ทตี้กับโปรแกรมที่โปรแกรมเมอร์ทิ้งไว้ให้ ทั้งเรื่องส่ง sms ตัดบัตรเครดิตสารพัด สุด ๆ ครับ และเดือนนี้เองที่ไม่มีบริษัทเดิมคอยไปนั่งกินข้าวพูดคุยด้วยแล้วก็ต้องกินข้าวคนเดียวทุกครั้งที่ไปทำงาน ทำให้เกิดความคิดที่อยากจะกลับไปที่เดิมอีกแล้ว เพราะพี่แม็คได้เป็นคนดูแลต่อจากบริษัทแม่เดิม บอกว่าอยากเอามาทำงานด้วยแต่รออะไรลงตัวก่อน ช่วงนี้กำลังเกิดการสับสนในตัวเอง
พฤษภาคม
เริ่มปรับตัวได้แล้วกับบริษัทใหม่ทั้งเรื่องระบบงานและเพื่อนร่วมงาน หัวหน้าไว้ใจให้รับผิดชอบโปรเจ็คอย่างเต็มที่ แล้ว skill smarty กับการเขียน OOP ก็เข้าขั้นพัฒนาพอสมควร อีกทั้งทักษะภาษาอังกฤษในการโต้ตอบทาง MSN ก็ดีขึ้นมาก ทำให้เริ่มทำงานสนุกไม่เครียดเท่าไหร่ งานเป็นไปได้ด้วยดีและก็ได้ปิดโปรเจ็คแรกไปในที่สุด
มิถุนายน
เดือนนี้ได้รับโปรเจ็คตัวที่สอง เป็นเว็บต่อยอดอีกละ ไม่ได้ทำเองซักทีแต่ก็ได้เขียนในแนวตัวเองเลยไม่มีปัญหาเท่าไหร่ และเดือนนี้เริ่มกังวลเล็กหน่อยเกี่ยวกับสัญญาบริษัท เพราะเดือนหน้าก็เป็นเดือนสุดท้ายแล้วที่จะหมดสัญญาแล้วอีกอย่างเริ่มมีความสุขกับการใช้ชีิิวิตการทำงานแบบนี้คือ เข้าออฟฟิตอาทิตย์ละสามวัน ความเหงาอะไรก็เริ่มหมดไปแล้ว เริ่มชินกับการนั่งทำงานคนเดียวเริ่มมีความสุขกับมัน ว่าง ๆ ก็ไปเที่ยวหาออฟฟิตเก่าบ้าง กินสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง สิที่คิดไว้ตอนแรกที่เคยคิดไว้ว่าจะกลับไปทำงานกับพี่แม็คก็ไม่มีตำแหน่งว่างเลยทำเลยไม่อยากออกจากที่นี่แล้ว
กรกฏาคม
เดือนนี้กังวลมากที่เป็นเดือนสุดท้ายในสัญญา โปรเจ็คเดือนแล้วก็จะเสร็จแล้ว พอดีเจอบริษัทหนึ่งเป็นเพื่อนกับอาจารย์ และลองไปสมัครดูแล้วผ่านเขารับเข้าทำงาน ก็คิดว่าถ้าเขาไม่ต่อสัญญาก็จะไปอ้างอิงจากเหตุการณ์นี้ http://www.3mistscript.com/node/38 ปรึกษาพี่แม็คและพี่ที่รู้จักก็ไม่มีใครอยากให้ไปเพราะเราดันโง่ที่ลดเงินเดือนตัวเองแล้วไปที่อื่น ทั้ง ๆ ที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว จริง ๆ ไม่ได้อยากลดอะไรหรอกเงินเดือนแต่คิดว่า เขาดูความสามารถแล้วจะเพิ่มให้เราตามความสามารถอย่างน้อยก็ให้เท่าบริษัทเดิมเป็นการมัดใจแต่มันไม่ใช่ แล้วหัวหัวหน้ารู้ข่าวว่าจะไปก็ทำการขึ้นเงินเดือนซึ่งคิดว่าจะให้เราอยู่แล้วเพราะผ่านเกณฑ์ที่เขาต้องการและไม่เคยคิดที่จะให้เราออกเลย ทำให้ตัดสินใจที่จะอยู่ต่อช่วยออฟฟิตพัฒนาโปรแกรมต่อไป
สิงหาคม
เริ่มต้นเดือนใหม่ด้วยเงินเดือนใหม่ ทำงานอย่างมีความสุขแล้วไม่คิดว่าจะออกไปไหนแล้วเงินเดือนขนาดนี้ได้อยู่เชียงใหม่ด้วย ช่วงนี้ก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเสาร์อาทิตย์ก็ดูบอลกับเพื่อน และเดือนนี้ก็ได้งานใหม่เป็นระบบจองร้านอาหาร งานต่อจากโปรแกรมเมอร์ที่เคยจ้าง อย่างยาก มิน่าโปรแกรมเมอร์ถึงหนี ก็แก้งานไปเรื่อย ๆ จนถึงทางตันเพราะว่าออกแบบระบบไม่ดี ผมจึงเริ่มจะศึกษา PHP FRAMEWORK โดยเลือก CodeIgniter เป็นตัวทำโปรเจ็คนี้ ทำขึ้นมาใหม่หมด โค๊ดบางตัวใช้ได้ก็เอาไปใส่บ้างแต่ส่วนใหญ่จะเขียนใหม่หมดโดยอ้างถึงหลักของ MVC
กันยายน
เดือนนี้อาจจะเป็นเดือนที่ไม่ค่อยดีนัก ต้นเดือน อาเสียชีวิตต้องกลับยไปงานศพ และปลายเดือนพ่อไม่สบายต้องกลับไปดูแล และก็หอบงานไปทำด้วยกลัวไม่เสร็จ เดือนนี้จึงไม่ค่อยได้ทำไรนักและก็เกรงใจบริษัทด้วยที่ทำงานไม่ค่อยคืบหน้า
ตุลาคม
ปั่นงานอย่างเอาเป็นเอาตาย งานไม่คืบหน้าเลยเพราะมันยากกว่าที่คิด การนั่งทำระบบใหม่ทั้งระบบมันยากจริง ๆ เพราะต้องดีไซน์ใหม่และเขียนโค๊ดใหม่ไปด้วย แทบไม่ได้หลับได้นอน นอนวันละไม่ถึง 4 ชม. เริ่มจะท้อกับโปรเจ็คนี้ แต่ก็มีเรื่องดีเรื่องหนึ่งซึ่งขอคืนดีกับแฟนได้สำเร็จแต่ ก็บ้าซื้อทีวีซื้อของไรไม่รู้เต็มไปหมดทั้งยังไปจัดฟันอีก เป็นหนี้เยอะมากหลายหมื่นน่าจะห้าหมื่นได้เลย แต่ดีที่ยังพอมีงานนอกช่วย และต้องการหาวิธีปลดหนี้เพื่อที่จะยื่นเรื่องกับธนาคารขอซื้อบ้านเป็นของตัวเอง
พฤศจิกายน
ได้ทำการซื้อบ้านอย่างที่เคยคิดไว้ เด็กอายุ 24 ปีกับการซื้อบ้านมันอาจจะเร็วไปหน่อยแต่การทำงานมาเกือบสองปี และถ้าไม่ซื้อคงจะซื้อพวกอุปกรณ์เล่นของเราไปเรื่อย ๆ ซึ่งไม่ดีเลย และก็หาวิธีปลดหนี้ได้สำเร็จคือการยืมลุงเพื่อปลดหนี้ในระบบและก่อหนี้นอกระบบแทนแต่ก็หนี้นอกระบบกับลุงตัวเองไม่มีดอกเบี้ย ฮ่า ๆ
ธันวาคม
หลังจากปลดหนี้ได้ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เดือนนี้หัวหน้าดันไปอยู่กรุงเทพฯ โปรเจ็คก็ไม่เสร็จเซ็งตัวเองอยู่ทำไม่ทันจริง ๆ แต่ก็พยายามทำให้ทันและเดือนนี้ก็ไม่มีเหตุการณ์ไรมากแล้วจะสิ้นปีได้รับเงินเดือนขึ้นเล็กน้อย ดีใจมาก แต่ก็ไม่ค่อยภูมิใจที่ปิดโปรเจ็คไม่ได้แต่ก็พยายามสุด ๆ แล้วมันยากระบบมันใหญ่มากทำคนเดียวอีกเหนื่อยมาก ๆ เลย
ปีนี้เป็นปีที่ผ่านเรื่องราวไรหลายอย่างมามาก และปีต่อไปต้องเก่งกว่านี้ตั้งใจทำงานมากกว่านี้โดยตั้งเป้าเล็ก ๆ ไว้ดังนี้
1. งดรับงานนอกที่เป็นเว็บขนาดกลางถึงใหญ่ ถ้ารับก็จะรับเว็บที่ทำไม่เกินเสาร์-อาทิตย์เสร็จ
2. ทำเว็บส่วนตัวให้ได้ภายในไตรมาาสแรกของปี (เสร็จแล้วออนไลน์แล้วด้วยวันหลังจะเขียนเกี่ยวกับเว็บนี้ว่าเป็นเว็บยังไงแนวไหน)
3. งดการใจอ่อนและไปช่วยเหลือผู้อื่นที่ทำให้ตัวเองเสียเวลาเปล่า
4. มันคงถึงเวลาแล้วที่จะต้องพัฒนาเว็บบนโทรศัพท์ เราต้องมีเวลาในการศึกษาเรื่องนี้ เล็ง android ไว้
5. ซื้อบ้านซักหลัง (น่าจะซื้อได้แล้วแต่ก็รอผลการอนุมัติอย่างเป็นทางการตอนนี้ก็ 70% ละผลอนุมัติและบ้านก็ประมาณ 95%+ แล้วล่ะ)
6. Drupal สกิลด้านนี้ต้องสูงกว่านี้ตอนนี้ทิ้งไปนานหาเวลาว่าง ๆ ศึกษาเพิ่มเติมอยู่และก็จะอัพเดทเว็บนี้ด้วยธีม Drupal ที่ทำเองต้องอดใจรอก่อน
กว่าจะสรุปชีวิตเสร็จ เริ่มเขียนตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 53 ละแต่กว่าจะมีอารมณ์มาบิ้วอีกทีก็ต้อนเดือนมีนา อย่างน้อยก็ได้เขียนจนเสร็จแหละน่าฮ่า ๆ

1 response to "สรุปเหตุการณ์ชีวิตปี 2009"
1. สัมพากร มานี่มิงโดนหนัก
สัมพากร มานี่มิงโดนหนัก